“การชันสูตรพลิกศพ” เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพิสูจน์หาสาเหตุการตาย สามารถตอบปัญหา และข้อสงสัยจากการตายได้ซึ่ง “การชันสูตรพลิกศพ” เป็นกระบวนการที่กำหนดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ว่า “เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติหรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยประหารชีวิตตามกฎหมาย” ทราบหรือไม่ว่า…“การตายผิดธรรมชาติ” กับ “การตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน” มีลักษณะอย่างไร?

(1) ตายผิดธรรมชาติ มี 5 ลักษณะ ดังนี้

1. การฆ่าตัวตาย

2. การถูกผู้อื่นทำให้ตาย

3. การถูกสัตว์ทำร้ายตาย

4. การตายโดยอุบัติเหตุ

5. การตายโดยยังไม่ปรากฏเหตุ

(2) การตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ได้แก่ การตายที่อยู่ในระหว่างควบคุมหรือขัง หรือ กักขัง หรือจำคุก หรือคุมตัวของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย หรือ คำพิพากษา หรือตามคำสั่งของศาลแล้วแต่กรณี

ใครบ้างมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับชันสูตรพลิกศพ?

1. พนักงานสอบสวนและตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน – รับแจ้งความเมื่อมีผู้ตาย-แจ้งผู้มีหน้าที่ให้ร่วมชันสูตรพลิกศพทราบ เช่น แพทย์ พนักงานอัยการ พนักงานปกครอง- – ก่อนการชันสูตรพลิกศพ ต้องแจ้งญาติของผู้ตายอย่างน้อย 1 คนทราบเท่าที่จะทำได้

2. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เช่น ปลัดอำเภอ-จังหวัด นายอำเภอ ผู้ว่าราชการฯ

3. แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข – แพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐ – แพทย์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด – แพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชน หรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์อาสาสมัครตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขวิธีการชันสูตรพลิกศพ

(1) การตรวจสอบด้วยการพลิกศพชันสูตรพลิกศพโดยไม่ผ่า “พลิกดูศพทั้งด้านหน้า – ด้านหลัง” เช่น ดูเพศ อายุ เชื้อชาติ สิ่งของติดตัว ฯลฯ เพื่อพิจารณาว่าผู้ตายเป็นใคร สภาพศพหลังตายเปลี่ยนแปลงอย่างไร ประมาณเวลาตาย ดูบาดแผลเพื่อสันนิษฐานสาเหตุของการตาย

(2) การตรวจสอบด้วยการผ่าศพถ้ายังหาสาเหตุการตายไม่ได้ ไม่ชัดเจน หรือมีเหตุจำเป็นเพื่อหาสาเหตุการตาย เช่น การผ่าศพตรวจดูด้วยตาเปล่า หรือการตัดเอาก้อนเนื้อไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

ถ้าผู้ตายเป็นชาวไทยอิสลามจะผ่าศพไม่ได้ ตามหลักศาสนาอิสลาม หนังสือกระทรวงมหาดไทย และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่มา : ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์