#ใช้กำลังประทุษร้าย คือ การกระทำต่อร่างกายหรือจิตใจของบุคคล โดยใช้แรง (เช่น บีบคอ/ผลักให้ล้ม/ทำร้าย) หรือวิธีอื่น และเป็นเหตุให้อยู่ในภาวะที่ขัดขืนไม่ได้ (เช่น ใช้ยาทำให้มึนเมา วางยานอนหลับ สะกดจิต หรือวิธีอื่นที่คล้ายกัน)

#ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน คือ สิ่งที่ยอมให้หรือยอมจะให้ ไม่จำกัดเฉพาะทรัพย์สิน แต่รวมถึงประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินด้วย เช่น เงิน/สังหาริมทรัพย์ (บ้าน รถ แหวน)/อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน)

#ข่มขืนใจ คือ บังคับ/ฝืนใจ/ให้ทำตามโดยไม่ได้สมัครใจจะผิดฐานกรรโชก ผู้เสียหายต้อง “เกิดความกลัว” แล้วยอมให้และรับปากว่าจะยอมให้เป็นความผิดได้ต้องเกิดความกลัว แล้วยอมให้หรือรับปากว่าจะยอมให้ แม้ยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ก็เป็นความผิดแล้ว.

#ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ จำคุก 6 เดือน – 7 ปี และปรับ 4,000 – 14,000 บาท (มาตรา 337 วรรค 2) .(1) ข่มขืนใจผู้อื่นให้ “ยอมให้หรือรับปากว่าจะยอมให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน” แก่ผู้ทำผิดหรือคนอื่นโดย “ใช้กำลังประทุษร้าย” จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมทำตาม.

#ตัวอย่าง1 – ตำรวจซ้อมผู้เสียหายให้มอบเงินแก่ตน 500 บาท โดยกล่าวหาว่าเล่นการพนัน เมื่อผู้เสียหายขอให้เพียง 100 บาทก็ไม่พอใจ ทำร้ายผู้เสียหายและแกล้งจับ – เงินของจําเลยหายและสงสัยว่า ก.ลักไป จําเลยจึงไป ถาม ก. ก.ปฏิเสธ จําเลยจึงปลดปืนจากบ่ามาตีหัว ก. และจับคอเสื้อ ก.ดึงไปมาพูดว่า ก.โกง ถ้า ก. ไม่ใช้เงินจําเลยจะยิงเสีย ก.กลัวจึงผัดว่าแล้วจะนําเงินไปใช้ให้ จําเลยจึงหยุดขู่.(2) ข่มขืนใจผู้อื่นให้ “ยอมให้หรือรับปากว่าจะยอมให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน” แก่ผู้ทำผิดหรือคนอื่น โดย “ขู่เข็ญ” ว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมทำตาม.

#ตัวอย่าง2 – จำเลยกับพวกวางแผนขับรถยนต์แท็กซี่ชนรถยนต์ปิกอัพของผู้เสียหาย แล้วลงจากรถเรียกค่าเสียหายจากผู้เสียหายอ้างว่าเสียหาย เป็นจำนวนมาก แต่ขอเรียกเพียง 5,000 บาท ผู้เสียหายต่อรอง พวกของจำเลยพูดขู่ว่าหากพูดไม่รู้เรื่องจะเรียกตำรวจ ผู้เสียหายยอมจ่ายเงินให้ 500 บาท แล้วจำเลยกับพวกแยกย้ายหลบหนีไปทันที ดังนั้น การที่จำเลยขู่ว่าจะเรียกเจ้าพนักงานตำรวจมา เป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพและชื่อเสียงของผู้เสียหาย (แก๊งค์ตบทรัพย์). – จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่วินรถจักรยานยนต์พูดว่า หากใครไม่จ่ายไม่ให้จอด ระวังจะจำเบอร์ไม่ได้ จำซอยไม่ได้ ขับเงียบ ๆ ใกล้จะหมดเวลาของพวกมึงแล้ว มีลักษณะเป็นการข่มขู่ผู้เสียหายทั้งสามว่าอาจถูกทำร้าย ผู้เสียหายทั้งสามเกรงจะได้รับอันตรายและถูกห้ามขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในซอยเกิดเหตุจึงต้องจำยอมจ่ายเงินให้แก่จำเลยวันละ 15 บาท ตามที่จำเลยเรียกร้อง. – จำเลยโทรศัพท์มาทวงหนี้จากผู้เสียหายที่ว่า “หากผู้เสียหายไม่ยอมชำระหนี้ให้ ผู้เสียหายกับบุตรภรรยาจะเดือดร้อนเพราะอายุยังน้อย” เป็นถ้อยคำที่สามัญชนทั่วไปย่อมทราบและตีความได้ว่าเป็นคำพูดข่มขู่ว่าหากไม่ชำระหนี้ให้แล้วผู้เสียหายกับครอบครัวอาจถูกทำร้ายให้ได้รับความเดือดร้อนและเป็นอันตรายได้ถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายให้ต้องยินยอมชำระหนี้ ตามที่เรียกร้อง. – จําเลยได้ข่มขู่โจทก์ว่าจะเปิดเผยความลับทางการค้าต่อพ่อค้าและท้องตลาดกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีของห้างหุ้นส่วนอันจะทําให้ห้างดังกล่าวซึ่งมีโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้รับความเสียหายจนโจทก์ยอมจะให้เงินแก่จําเลยตามที่ขู่เข็ญ.

#ขู่ว่าจะฆ่า

#ตัวอย่าง3 จำเลยบอกกับผู้เสียหายว่ามีคนจ้างให้จำเลยมาฆ่าผู้เสียหาย แต่ไม่บอกว่าใครเป็นคนจ้างและได้ขอเงินจากผู้เสียหาย หากผู้เสียหายไม่ให้ก็จะไม่รับรองความปลอดภัยให้ผู้เสียหายกลัวจึงยอมตกลงให้เงินและนัดให้มารับเงินวันรุ่งขึ้น – ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส – ขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น – มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ.

#ตัวอย่าง4 จำเลยเลยขอเงินค่าจอดรถจากผู้เสียหายทั้งสองคนละ 10 บาท ผู้เสียหายทั้งสองไม่ยอมให้จำเลยพูดขู่ว่าจะชกต่อยผู้เสียหายที่ 1 และนำเอาอาวุธปลายแหลมมาจ่อห่างจากไหล่ผู้เสียหายที่ 2 เพียงเล็กน้อย ผู้เสียหายทั้งสองเกิดความกลัวจึงส่งเงินให้จำเลยคนละ 10 บาท.

ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ เป็นความผิด #อาญาแผ่นดิน#ยอมความไม่ได้ แม้ผู้เสียหายไม่แจ้งความร้องทุกข์ แต่มีผู้รับรู้เหตุการณ์แจ้งความกล่าวโทษ พนักงานสอบสวนต้องดำเนินคดีเอาตัวคนทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้

#กฎหมายน่ารู้#คดีอาญา#กรรโชกทรัพย์#ชื่นใจคนไทยรู้กฎหมาย#รู้กฎหมายไว้ใช้กฎหมายเป็น#สำนักงานกิจการยุติธรรม